ปัจจุบันหากพวกเราเลี้ยงสัตว์เพื่อจุดประสงค์เพื่อการค้าขาย หรือเลี้ยงไว้เพื่อครัวเรือนเองนั้น เราก็จะต้องมีการดูแลและคอยนับจำนวนสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในความดูแลของพวกเราเสมอ อาจจะเพื่อการสำรองอาหารให้พอดีกับจำนวนสิ่งมีชีวิตที่เลี้ยงไว้ หรือ ป้องกันการลักลอบขโมยก็ได้ แล้วพวกเราเคยคิดกลับกันไหมว่า หากว่าเป็นในสมัยยุคดึกดำบรรพ์แล้วนั้น พวกเขาจะทำกันอย่างไร ในเมื่อในสมัยนั้นยังไม่มีการค้นพบตัวเลขใดๆทั้งสิ้น
เริ่มแรกมนุษย์รู้จักจำนวนเพราะมีความจำเป็นต้องใช้ในการดำรงชีวิต คนเลี้ยงสัตว์ต้องนับจำนวนสัตว์ที่เลี้ยงว่ามีครบจำนวนหรือไม่ พวกเขาสามารถที่จะคอยนับจำนวนสัตว์เลี้ยงทีละตัวได้ด้วยการแทนก้อนหินหนึ่งก้อนเท่ากับจำนวนสัตว์หนึ่งตัวจึงเกิดจำนวนนับขึ้นมา
ดังนั้นเราจึงเห็นว่า มนุษย์มีการคิดเรื่องจำนวนมาตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์ และ จำนวนที่มนุษย์คิดขึ้นได้เป็นครั้งแรกนั้นก็คือ “จำนวนนับ” หรือ ยกตัวอย่างได้ง่ายๆก็คือ 1,2,3,4…..ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อต่อไป
- โครงสร้างและบทนิยามของระบบจำนวนจริง
- สมบัติของจำนวนจริง
- การแก้สมการพหุนามตัวแปรเดียว
- การหารสังเคราะห์
- สมบัติของการไม่เท่ากัน
- ช่วง
- การแก้อสมการ
- สัจพจน์ความบริบุรณ์
- สมบัติของจำนวนจริง
- การแก้สมการพหุนามตัวแปรเดียว
- การหารสังเคราะห์
- สมบัติของการไม่เท่ากัน
- ช่วง
- การแก้อสมการ
- สัจพจน์ความบริบุรณ์

หากแต่ก็มีชื่อเรียกจำนวนนับดังข้างต้นได้อีกอย่างว่า “เซตของจำนวนเต็มบวก” ซึ่งแทนด้วย
นั่นก็คือ จำนวนดังกล่าวก็ถือได้ว่าเป็นจำนวนเต็มด้วยเช่นกัน แทนสัญลักษณ์จำนวนเต็มด้วย
ซึ่งจำนวนเต็มนี้ อาจจะเป็นจำนวนเต็มบวก จำนวนเต็มลบ ก็ได้ แล้วแต่ว่าจะกำหนดมาให้



โดยที่
และ
เป็นจำนวนเต็ม และ 
แล้วละก็ เราก็จะสามารถเขียน a ให้อยู่ในรูปของเศษส่วน ของจำนวนเต็มได้เสมอ เช่น
ดังนั้น เราจะเห็นได้ชัดๆ เลยนะว่า จำนวนเต็มทุกจำนวน เป็นจำนวนตรรกยะ และตอนนี้เราจะให้
แทนด้วยเซตของจำนวนตรรกยะ และเรามีนิยามสำหรับตัวมันเองด้วยก็คือ
เมื่อ
,
และ 
แทนเซตของจำนวนเต็ม
แทนเซตของจำนวนนับ
แทนเซตของจำนวนเต็มศูนย์
แทนเซตของจำนวนเต็มบวก
แทนเซตของจำนวนเต็มลบ
หรือ จำนวนในรูปที่ติดอยู่ในฟอร์มทศนิยมไม่ซ้ำ 2.449897. . ., 3.9681187. . . หรือกระทั่งจำนวนที่ติดอยู่ในรูปลักษณะพิเศษ เช่น
, c (c = 2.718 เป็นค่าประมาณ)
และเรามีนิยามเล็กๆเพื่อให้ง่ายต่อความเข้าใจด้วยว่า
เป็นจำนวนตรรกยะ หรือ
เป็นจำนวนอตรรกยะ
เป็นเซตต่างสมาชิก และเมื่อนำมายูเนียนกันแล้ว จะได้เซต 
โดยที่
เป็นค่าคงตัว
เป็นจำนวนเต็มบวกหรือศูนย์ แล้วถ้า
เราจะเรียกสมการพหุนามนี้ว่าเป็นสมการพหุนามดีกรี(degree)
เป็นสมการพหุนามดีกรี 1
เป็นสมการพหุนามดีกรี 2
เป็นสมการพหุนามดีกรี 3









เมื่อ
เช่น 
เป็นพหุนามที่มีดีกรีมากกว่าหรือเท่ากับ 1 ถ้าต้องการหาร
เมื่อ
ด้วยวิธีการหารสังเคราะห์ จะมีวิธีการดังนี้
เป็นตัวหาร